งานเสวนาครั้งที่ 3 จังหวัดอุดรธานี ของโครงการ Cyber Crime (พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน )

25 สิงหาคม 2560 17:26 น.


งานเสวนา “รอบรู้ ทันภัย Cyber ในโครงการตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
จากการกระจายเสียงจากวิทยุและโทรทัศน์ทั้งระบบดิจิทัลและอนาล็อก”

               พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปาฐกถาหัวข้อ “พ.ร.บ.เปรียบเทียบ 2550/2560” โดยพบงานวิจัยหลายชิ้น เริ่มภัยคุกคามทุกอย่างที่เกิดจากระบบดิจิทัล หรือจากอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่รู้ เช่น มิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามือถือของคุณ โดยต้นทางระบุ มาจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี แล้วแจ้งว่าคุณมีความผิดต่างๆ หากไม่เชื่อคุณสามารถติดต่อกลับไปสอบถามได้ และเมื่อคุณติดต่อกลับไปก็พบว่าเป็นเบอร์ที่ติดต่อมาจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีจริงๆ ยิ่งทำให้คุณเข้าใจผิดแล้วเกิดความกลัว มิจฉาชีพก็แจ้งให้คุณรีบโอนเงินเข้าบัญชีจะได้ไม่มีความผิด คุณเชื่อไหม มิจฉาชีพสามารถสร้างเบอร์ปลอมขึ้นมาได้ทั้งนั้น ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงจัดเสวนาเรื่อง “รอบรู้ ทันภัย Cyber ภายใต้โครงการตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ การกระจายเสียงทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งระบบดิจิทัลและอนาล็อก” หรือเรียกสั้นๆ ว่า โครงการป้องกันภัยคุกคามทาง Cyber เพื่อความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความรู้ความเข้าในการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ถูกต้อง ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากร กระทั่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ไปสู่ผู้ที่ใกล้เคียงได้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้สังคมปลอดภัยต่อไป เทคโนโลยีทุกชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมและเป็นประโยชน์ของมนุษย์โลกเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันมีกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่มิชอบ ในการใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำผิดทางคอมพิวเตอร์นั้น ผมและคณะทำงานร่วมกันร่างกฎหมายนี้โดยใช้เวลานานถึง 9 ปี จนกฎหมายฉบับแรกร่างสำเร็จในปี 2550 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ได้มากมาย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 10 ปี สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเซิร์ฟเวอร์ เพราะยุคหลังมีระบบคลาวด์เข้ามาแทน ซึ่งระบบคลาวด์นี้มันกระจายไปทั่ว ไม่เหมือนเซิร์ฟเวอร์ ทำให้การจับกุมเป็นไปได้อย่างยุ่งยากมากขึ้น ภัยทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ขณะนี้เรามี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว ฉะนั้นใครจะส่งสแปมเมล หรือผู้ที่ได้รับเมล ควรจะศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่นี้ ถ้าพบผู้กระทำความผิด สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เลย เรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้น ในทางกฎหมายหมายถึงว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์ หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ องค์กรทุกชนิด โรงแรม ร้านกาแฟ หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย โรงเรียน และอื่นๆ ถ้ามีการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งฟรีและไม่ฟรี แล้วถ้าไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตว่าใครเข้ามาใช้บริการเมื่อไหร่ เวลาใด ก็จะมีความผิดปรับ 500,000 บาทข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตนั้น หมายถึง การติดต่อสื่อสารทางระบบคอมพิวเตอร์ อ้างอิงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง วันเวลา ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการอื่นๆ แต่ไม่รวมถึง Content คำว่า “ผู้บริการ” นั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

                      1. ผู้ที่เป็นช่องทางให้คนอื่นติดต่อทางอินเทอร์เน็ตได้ เช่น ทรู เอไอเอส ดีแทค ล็อกซ์อินโฟ ทีโอที 3BB ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ เป็นต้น แล้วถ้าเกิดมีคนกระทำความผิดโดยใช้ IP Address จากหน่วยงานนั้นๆ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ไปตรวจยังหน่วยงานนั้นๆ แล้วพบว่าไม่ได้ติดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลจราจรทางอินเทอร์เน็ตไว้ จะโดนปรับ 500,000 บาท

                     2. ผู้ให้บริการแบบเก็บข้อมูล เช่น เซิร์ฟเวอร์เว็บอย่าง Kapook.com, hunsa.com, pantip.com รวมทั้งคนที่เป็นเจ้าของห้อง Line เจ้าของ Account Facebook เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านโพสต์ Facebook ว่าไปเที่ยวน้ำตก แล้วมีคนนำรูปอนาจารมาโพสต์ในช่องคอมเม้นท์ของท่าน คนที่ผิดตามกฎหมายก็คือ 1.คนที่โพสต์รูปอนาจาร 2.มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก และทีมงาน 3.ท่านสำหรับการส่งสแปมเมล หรือส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์นั้น ตามกฎหมายมาตรา 15 ได้ระบุไว้ว่า ผู้ใดให้บริการ ผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 ขอยกตัวอย่างบางมาตราที่ระบุความผิดเกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ดังนี้ ส่วนมาตรา 9 ระบุว่า ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินคำว่า ปล้นทรัพย์ ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ หรือเคยเจอคำว่า “โทษฐานเพิ่มเติมทรัพย์โดยมิชอบ” หรือไม่ ซึ่งการ “เพิ่มเติมโดยมิชอบ” นี้ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน มาตรา 10 ระบุว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการส่งสแปมเมลนั้น ก็หมายถึง ผู้ใดส่งข้อมูล หรือการปกปิดแหล่งที่มา เป็นการรบกวนในระบบโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับ 1 แสนบาท ปัจจุบันนี้ความผิดทาง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีเรื่องค้างอยู่ที่ศาลราวๆ 30,000-40,000 คดีแล้ว จึงต้องมีการออกกฎหมายใหม่ คำถามจากวิทยากรในงานเสวนา คือ “ทุกท่านได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง และจะนำความรู้ด้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร” โดยมีผู้ตอบคำถามชิงรางวัลเสื้อยืด 5 ท่าน ได้ตอบไว้ดังนี้

1.คุณประเสริฐ 


ตอบว่า “วันนี้ได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ ในการที่เราจะดูแลตัวเราคือ สิ่งหนึ่งที่เราคาดคิดไม่ถึงว่ากระทำแบบนี้ก็เป็นความผิดได้ ก็จะนำข้อมูลนี้ไปบอกลูกของเรา หรือเยาวชน เพราะส่วนใหญ่มักจะโพสต์โดยอารมณ์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราก็จะบอกคนในครอบครัว เพื่อให้เกิดความระมัดระวังในการโพสต์ผ่าน Line, Facebook”

2. คุณเกรียงไกร


ตอบว่า “เป็นไปได้ไหมว่า ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตต่างๆ จะถูกนำไปบรรจุในหลักสูตรของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยม มหาวิทยาลัย หรืออื่นๆ เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องกฎหมายสำคัญที่ทุกวันนี้เราหนีไม่พ้นเรื่องโลกดิจิทัลอยู่แล้ว ยิ่งนับว่าเราจะเข้าไปอยู่ในโลกไซเบอร์กันหมดแล้ว”

3. คุณมานพ


ตอบว่า “ในอินเทอร์เน็ตที่มีการโต้แย้งกันว่า ห้ามส่งสติ๊กเกอร์ดอกไม้ กู้ดมอร์นิ่ง กู้ดไนท์ บางคนก็บอกว่าผิดกฎหมาย บางคนบอกว่าไม่ผิด ผมจึงเกิดความสงสัยว่าจริงๆ แล้วมีความผิดหรือไม่”พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตอบว่า “เอาเป็นว่าของอะไรไม่ดีอย่าส่งก็แล้วกัน ถ้าท่านเอาสติ๊กเกอร์ที่มีลิขสิทธิ์ของคนอื่น มาใช้เป็นประโยชน์ทางการค้าของท่าน จะมีความผิด เช่น สวัสดีวันจันทร์ อย่าลืมมากินร้านชาบูนะ แบบนี้ผิดแน่”

4. ว่าที่พันตรีชวการ


แสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสงสัยว่า “การใช้อินเทอร์เน็ตในทุกวันนี้แล้วพบผู้กระทำความผิดเป็นหมื่นเป็นแสนนั้น ถ้าเด็กหรือเยาวชนเป็นผู้กระทำความผิด ไม่ทราบว่าจะได้รับโทษตามมาตราที่กฎหมายระบุไว้หรือไม่ อีกอย่างสมัยนี้มีทั้งทรู ทั้งอะไร ที่จะเผยแพร่ความรู้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไปให้ แล้วทำไมยังมีคลิปที่กระทำความผิดเผยแพร่อยู่อีก” พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตอบว่า “ผมก็พยายามเผยแพร่ความรู้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ใน Youtube อยู่นะครับ แต่ไม่ค่อยมีใครไปดูหรอก ต้องจัดเสวนาแบบนี้ มีของรางวัลแจก คนถึงจะมาฟังกัน” พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถามผู้เข้าฟังเสวนาว่า “การกด Like มีความผิดหรือไม่”

5. ผู้เข้าฟังเสวนา ท่านนี้ตอบว่า “การกด Like ก็เหมือนกับไทยมุง มีทั้งโดยชอบกับไม่ชอบ ถ้าก่อให้เกิดความเสียหาย การกด Like นั้นก็ถือว่าเป็นความผิด”

……………………………………………………………


บทความที่เกี่ยวข้อง

จดหมายข่าว


IP: 54.81.117.68

ISP: Amazon.com